วันศุกร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

4 สูตรหน้าใสกับทุกสภาพผิว

ผิวหน้าเป็นสิ่งที่สาวๆ หลายคนปราถนาจะให้มีสุขภาพที่ดีแต่เนื่องด้วยแต่ละคนมีสภาพผิวหน้าที่ต่าง กันออกไปวันนี้เราเลยนำทั้ง 4 สูตรหลักๆ มาแนะนำกันค่ะ

1. สูตรเพิ่มความสดชื่นเปล่งปลั่งให้ผิวหน้า
ล้าง หน้าด้วยน้ำอุ่นจนสะอาด แล้วนำแอปเปิ้ลไม่ปลอกเปลือกสัก ครึ่งผล ปั่นให้ละเอียด พอกหน้าเว้นเปลือกตา ทิ้งไว้ประมาณ 25 นาที แล้วล้างออก
2. สูตรลดริ้วรอย ทำให้หน้านวลใส
นำ แอปเปิ้ลครึ่งผลมาปั่น พอละเอียดได้ที่ก็คั้นมะนาวเอาแต่น้ำสัก 1 ช้อนชาใส่ลงไป คนให้เข้ากัน แล้วพอกชโลมให้ทั่ว เว้นบริเวณรอบดวงตาไว้ ทิ้งไว้ 10 นาที ล้างออก
3. สูตรหน้าเด้ง ไม่หยาบกร้าน
เตรียม โยเกิร์ต 3 ช้อนโต๊ะ และมะเขือเทศลูกเล็กๆ สัก 3 ลูก ปั่นโยเกิร์ตกับมะเขือเทศให้ละเอียด แล้วนำพอกหน้าให้ทั่ว โดยเว้นรอบดวงตา ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออก
4. สูตรขัดหน้าขาว และลดริ้วรอยหมองคล้ำ
ผสม โยเกิร์ต 1 ถ้วย กับเกลือป่นละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ ให้เข้ากัน ชโลมให้ทั่วใบหน้า แล้วขัดๆ ถูๆ ให้ทั่ว ขัด 5 นาที ทิ้งไว้อีก 5 นาที แล้วล้างออก ทำเดือนละครั้งกำลังดี


ที่มา : http://women.sanook.com/

รู้จักหั่น แครอท ต้านมะเร็ง


ว่ากันว่า “แครอท” มีสารต้านมะเร็งอยู่ในตัวของมัน แต่ว่าถ้าหากเราไม่รู้จักวิธีที่จะนำมารับประทานให้ถูกต้อง แครอทก็ไม่แตกต่างจากผักอื่นๆ ค่ะ
ล่าสุดมีรายงานข่าวบอกว่า นักวิจัยแนะนำอย่าหั่นแครอทเป็นชิ้นๆ ก่อนปรุงอาหาร เพราะจะสูญเสียประสิทธิภาพของสารต้านมะเร็งที่อยู่ในแครอท
นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล พบว่า หากนำแครอทมาต้มก่อนหั่นเป็นชิ้น แครอทจะมีสาร “ฟอลคารินอล” ซึ่งเป็นสารต้านมะเร็ง มากกว่าหั่นเป็นชิ้นก่อนนำไปต้มถึง 25% สารฟอลคารินอลมีประโยชน์ในการต้านเซลล์มะเร็ง เพราะจากการทดลองกับหนูที่ให้กินสารชนิดนี้พบว่ามีพัฒนาการของเนื้อร้ายลดลง ซึ่งผลการศึกษาจะเสนอต่อที่ประชุมโภชนาการและสุขภาพที่ประเทศฝรั่งเศส
ดร.เคอร์สเทน แบรนด์ท หัวหน้านักวิจัยจากคณะเกษตร อาหารและการพัฒนาท้องถิ่นของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล กล่าวว่า การหั่นแครอทเป็นชิ้นเพิ่มพื้นที่ผิว ซึ่งจะทำให้สารอาหารถูกกรองทิ้งลงไปรวมกับน้ำในขณะประกอบอาหาร แต่ถ้าต้องการให้สารอาหารเหล่านี้ยังคงมีอยู่อย่างเต็มที่ ก็จะต้องหั่นเป็นชิ้นหลังปรุงเสร็จแล้ว
นักวิจัยระบุว่า หนูทดลองที่กินอาหารซึ่งประกอบด้วยแครอท หรือสาร “ฟอลคารินอล” จะมีโอกาสน้อยลงถึง 30% ที่เนื้อร้ายจะพัฒนาเป็นมะเร็งอย่างเต็มที่
นักวิจัยบอกด้วยว่า แครอทเมื่อถูกทำให้ร้อน ความร้อนจะฆ่าเซลล์ ทำให้สูญเสียความสามารถที่จะเก็บน้ำไว้ภายใน แต่สาร “ฟอลคารินอล” จะมีความเข้มข้นขึ้น
อย่างไรก็ตาม ความร้อนทำให้ผนังเซลล์แครอทอ่อนนุ่ม ทำให้สารอาหารที่สามารถละลายได้ในน้ำ เช่น น้ำตาลและวิตามินซีสูญเสียไปทางพื้นผิวของเนื้อเยื่อ เช่นเดียวกับ “ฟอลคารินอล” ก็จะถูกกรองทิ้งออกไปด้วย และถ้าเราหั่นแครอทก่อนนำมาประกอบอาหารก็จะยิ่งเพิ่มพื้นที่หน้าตัดของเนื้อ เยื่อ การสูญเสียสารอาหารก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : http://women.kapook.com/health00203/ และไทยโพสต์

น้ำผึ้งมีประโยชน์มากมาย

น้ำผึ้งบำรุงร่างกายไปจนถึงรักษาโรคต่างๆ มากมาย แต่ใครจะรู้ถึงวิธีการใช้ประโยชน์จากน้ำผึ้งได้อย่างเต็มที่ วันนี้เลดี้ทิปได้นำวิธีการดื่มน้ำผึ้งเพื่อประโยชน์ต่างๆ มาให้อ่านกันค่ะ แล้วลองนำไปใช้ดูนะคะ ได้ผลยังไง มาเล่าให้ฟังกันบ้างนะคะ 

1. บำรุงสุขภาพ น้ำผึ้ง 3 ช้อนโต๊ะผสมน้ำอุ่นดื่มทุกวัน
2. อดนอน น้ำผึ้ง 1-2 ช้อนโต๊ะ หรือผสมน้ำผลไม้
3. ยาอายุวัฒนะ น้ำผึ้ง ½ -1 ช้อนโต๊ะ ดื่มทุกวัน เช้า / ก่อนนอน
4. นอนไม่หลับ น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะดื่มเวลาอาหารเย็นหรือก่อนนอน
5 . ไอ หลอดลมอักเสบมีเสมหะ กระเทียม 1-2 กลีบ (ตำให้ละเอียด) น้ำมะนาว ½ เกลือเล็กน้อย พิมเสนหรือการบูร 2-3 เกล็ด น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ
6. ท้องอืด ท้องเฟ้อ น้ำผึ้ง ½ ช้อนโต๊ะน้ำขิงเข้มข้น ½ ถ้วย เกลือเล็กน้อยดื่มวันล่ะ 3 เวลาหลังอาหาร
7. ท้องผูก น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะดื่มก่อนนอน
8. เด็กปัสสาวะรดที่นอน น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา (ไม่ผสมน้ำ) ดื่มก่อนนอน
9. ท้องเสียรุนแรง น้ำผึ้ง 1-2 ช้อนโต๊ะ เกลือ ½ ช้อนชา ผสมน้ำอุ่น 1 แก้ว
10. เด็กหวะนม น้ำผึ้ง ½ -1 ช้อนโต๊ะ ผสมนมให้เด็กดื่ม
11. กล้ามเนื้อเป็นตะคริว น้ำผึ้ง 2 ช้อนชา ดื่มทุกเมื่ออาหาร
12. ล้างแผล แผล ฝี หนอง แผลเรื่อรัง น้ำผึ้ง 1 ส่วน ผสมน้ำ 9 ส่วนชะล้างแผล หัวหอมแดง 2 หัวตำให้ละเอียด+น้ำผึ้งพอกฝี น้ำสุกที่เย็นแล้วล้าง ให้สะอาด ใช้สำลีหรือผ้าพันแผลชุบน้ำผึ้งปิดบริเวณแผล
13. แผลไฟไหมน้ำร้อนลวก ถูกท่อไอเสีย ใช้ผ้าพันแผลชุบน้ำผึ้งปิดแผล ไว้แล้วเปลี่ยนผ้าพันแผลทุก 12 ชั่วโมง
14. โรคกระเพาะ ดื่มน้ำผึ้ง 2-3 ช้อนโต๊ะขณะปวด และ 3 ช้อนโต๊ะ ก่อนนอน
15. ผู้ป่วยด้วยโรคพิษสุรา(ตับแข็ง/โรคตับ) น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะผสมน้ำ ½ ถ้วยแก้ว ดื่มวันละ 3 ครั้งเป็น ประจำ คอเหล้าดื่มน้ำผึ้ง 1-2 ช้อนโต๊ะก่อนนอน
16. ผู้ป่วยริดสีดวงทวาร น้ำผึ้งผสมกระเทียมโทน บริโภควันละ 3 ครั้งหลังอาหาร
17. เด็กโตช้า และโลหิตจาง น้ำผึ้งผสมนมดื่มเป็น ประจำ
18. เสียน้ำหรือเสียเลือด( 10-20 % ) น้ำ 1 ถ้วยแก้วผสมเกลือ ¼ ช้อนชา น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ
19. โรคเด็ก (ทางเดินอาหารผิดปกติ) น้ำผึ้ง 1 ช้อนชาต่อน้ำ 1 ถ้วย 

ที่มา : http://www.ladytip.com/main/content/view/3251/77

แนะวิธีเลือกใช้ครีมกันแดด


อากาศบ้านเราตอนนี้ ไม่ว่าเป็นฤดูไหนก็ร้อนจะแย่ โดยเฉพาะตอนกลางวันนะคะ แดดแรงจริง ๆ บางครั้งร้อนจนรู้สึกแสบผิวหนังไปหมดร้อนอย่างเดียวไม่ว่า ดันพาเจ้ารังสีอัลตร้าไวโอเลต มาด้วย นะซิ ตัวสำคัญเลยค่ะ มันสามารถทำลายเซลส์ผิวหนังทำให้เราเป็นมะเร็งผิวหนังได้นะคะ ตอนนี้คนเลยกลัวกันใหญ่ ครีมกันแดดเลยขายดิบขายดี

    พูดถึงครีมกันแดด เราจะเห็น ค่า SPF แตกต่างกันมากมายจนเลือกซื้อไม่ถูก มีตั้งแต่ 10 -100 แน่ะค่ะ ค่า SPF มากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับ ครีมกันแดดนั้น สามารถป้องกันอาการไหม้ดำ จากแสงแดดได้ดีแค่ไหน สารเคมีในครีมกันแดด ประกอบไปด้วย ไทเทเนียมไดออกไซด์ และซิงค์ออกไซด์ ซึ่งสารเคมีเหล่า เป็นสารทึบแสง ทำให้แสงแดดไม่กระทบถึงผิวหน้า วิธีการเลือกใช้ครีมกันแดด ว่าจะเอาค่า SPF เท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับ กิจกรรมที่เราจะทำ ว่าต้องตากแดด มากน้อยขนาดไหนค่ะเช่น

- สาวทำงานออฟฟิค จะโดนแดดเฉพาะตอนกลางวัน ควรใช้ครีมกันแดดค่า SPF 15 ก็พอ
- ผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้ง หรือต้องออกแดดบ่อย ๆ ควรใช้ครีมกันแดดค่า SPF 30 ขึ้นไป
- เวลาว่ายน้ำ หรือไปชายทะเล ควรใช้ครีมกันแดดค่า SPF 30 ขึ้นไป และทาซ้ำทุก 1 ชั่วโมง ที่สำคัญ ควรทาครีมก่อนลงน้ำ ครึ่งชั่วโมง จึงจะได้ผลนะคะ

- นักกอล์ฟ และนักกีฬา ที่ต้องเล่นกลางแจ้ง ควรใช้ครีมกันแดดค่า SPF 30 ขึ้นไปนะคะ แป๋มได้ยินมานะคะว่า ตอนนี้บรรดานักกอล์ฟทั้งหลาย แห่กันไปซื้อ ครีมกันแดดของ HANAKO เห็นเค้าว่า มีค่า SPF 100 แน่ะค่ะ รับรองยังไงก็ไม่ดำ ไม่รู้ราคาคุย หรือเปล่า

ข้อแนะนำ
- คนผิวขาวมาก ควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงกว่าปกติ เพราะผิวขาว จะมีความไวแสง มากกว่าผิวสีอื่น
- การทาครีมกันแดด ควรทาบาง ๆ และเกลี่ยให้ทั่ว ๆ ไม่ควรทาย้อยขึ้นย้อนลง เพราะจะทำให้ครีม หลุดลอกได้ง่าย และควรทาซ้ำอีก ตอนช่วงเที่ยง หรือเหงื่อออกมาก
- ภายหลังจากออกแดดแล้ว ควรอาบน้ำ ล้างหน้าให้สะอาด และทามอยส์เจอร์ และครีมบำรุง ทันที

  ข้อแนะนำในการเลือกใช้ครีมกันแดด

ดูจากค่า SPF และปริมาณการดูดซับรังสี ยูวีบี พบว่า

ค่า SPF เท่ากับ 2 จะดูดซับ UVB ได้ 50%
ค่า SPF เท่ากับ 4 จะดูดซับ UVB ได้ 75%
ค่า SPF เท่ากับ 8 จะดูดซับ UVB ได้ 87.5%
ค่า SPF เท่ากับ 15 จะดูดซับ UVB ได้ 93.3%
ค่า SPF เท่ากับ 20 จะดูดซับ UVB ได้ 95%
ค่า SPF เท่ากับ 30 จะดูดซับ UVB ได้ 96.7%
ค่า SPF เท่ากับ 45 จะดูดซับ UVB ได้ 97.8%
ค่า SPF เท่ากับ 50 จะดูดซับ UVB ได้ 98%

และ อย่าลืมว่า การทายากันแดดนั้น จะไม่ได้ผล 100% ดังนั้นถึง ทายากันแดดแล้ว ก็ยังต้องพยายามหลบเลี่ยงการโดนแดดจัดเป็นเวลานานๆ การว่ายน้ำ ควรว่ายในเวลาเช้าตรู่ หรือตอนเย็น หากมีอาการผิวไหม้แดด ให้รับประทานยาลดไข้ แก้ปวด ที่ชื่อ แอสไพริน และทาครีมแก้ผิวไหม้แดด เช่น เจลว่านหางจระเข้

ขอขอบคุณ : http://women.thaiza.com/detail_4300.html

ดูแลผม ให้ยาวเร็วขึ้น


ขั้นตอน
  1. สระผมและนวดผมให้เรียบร้อย ใช้ผ้าขนหนูค่อยๆซับผม อย่าขยี้ผมเด็ดขาด โดยเฉลี่ยแล้วผมคนเราจะยาวประมาณครึ่งนิ้วต่อเดือน
  2. ดังนั้นถ้าคุณอยากให้ผมยาวเร็วขึ้น แสกผมไว้ซัก 5- 6 แถว บีบวิตามิน อี แบบแคปซูลสำหรับทาหน้าตามรอยแสก นวดบำรุงให้ทั่วหนังศรีษะ ผมจะยาวเร็วขึ้น
  3. อย่าลืมที่จะทำทรีทเม้นท์สัปดาห์ละครั้ง เพราะมันจะทำให้คุณมีสุขภาพผมที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน  
  4. ดื่มนมรสจืดทุกวัน จะทำให้ผมยาวเร็ว (ขอบอกจ้าได้ผล)
ตัวอย่างการทำทรีทเม้นท์หมักผมแบบธรรมชาติ
  1. บดกล้วยหอมผสมกับน้ำผึ้ง พอกให้ทั่วทั้งศรีษะ ทิ้งไว้ 20 นาที แล้วสระล้างออก
  2. อีกสูตรหนึ่งคือ คั้นดอกอันชัญสดกับน้ำสะอาด จนได้น้ำอันชัญสีน้ำเงินอมม่วง หมักผมทิ้งไว้ 20 นาทีอีกเช่นกัน แล้วล้างออก สูตรนี้จะทำให้ผมคุณดูดกดำเงางาม
  3. แถมอีกนิดนะคะ ถ้าคุณมีผมแห้ง ต้องการให้ผมดูเงางาม ใช้แฮร์โค้ต 2-3 หยดชโลมและนวดให้ทั่วศรีษะ แต่ถ้าคุณมีผมมัน ไม่แนะนำค่ะ เพราะแฮร์โค้ตจะทำให้ผมคุณดูมันเยิ้มยิ่งขึ้น แถมยังเป็นแม่เหล็กดูดฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกชั้นดีเชียวล่ะ
ขอขอบคุณ :http://sakid.com/2006/11/13/4842/

    วันพฤหัสบดีที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

    ผิวกายเรียบเนียนด้วยกาแฟบด

     Tip ดี ดี

    กาแฟบด เป็นครีมขจัดเซลลูไลต์ชั้นเยี่ยม ที่มีคาเฟอีนอยู่ด้วย ซึ่งช่วยกระตุ้นการขจัดเซลล์ไขมันและยังขัดผิวให้เรียบเนียน แต่อาจจะดูยุ่งยากกว่าการใช้ครีมกระปุกอยู่บ้าง จึงควรทำในห้องน้ำ และก่อนที่จะลงมือขัดผิวด้วยกาแฟอย่าลืมปูพื้นห้องน้ำด้วยกระดา ษหนังสือพิมพ์ เพื่อป้องกันท่อน้ำตันค่ะสูตรนี้ใช้กับผิวกายนะคะ ห้ามใช้กับผิวหน้าค่ะและในระหว่างที่ขัดผิว หากมีนวดไปด้วย จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้ผิวพรรณสดใสขึ้นได้ค่ะ

    ผักใบเขียวเข้มป้องกันลูกนัยน์ตาได้วิเศษสุด



          ชาวอเมริกาเป็นต้นกระจกมากถึงเกือบ 20 ล้านคน และมีผุ้ป่วยเพิ่มปีละ 500,000 ราย ทำให้มหาวิทยาลัยโอไฮโอ สเตท ร้อนใจ รีบศึกษาหาวิธีป้องกัน แล้วก็พบว่า สารลูทีนอันเป็นวัตถุสีในธรรมชาติและซีกซาซันทีัน ซึ่งต่างก็เป็นสารที่เป็นตัวล้างพิษ มีอยู่อย่างอุดมตามผักที่มีใบเขียวเข้ม ช่วยถนอมรักษาดวงตาให้รอดพ้นจากอันตรายของรังสีไวโอเลตได้วิเศษกว่าอย่างอื่นทั้งหมด
            นักวิจัยได้ศึกษาด้วยการทดลองตรวจวัดคุณสมบัติของสารท้ังคู่ในการป้องกันรักษาเซลล์ลูกตาจากรังสีอัลตราไวโอเลต ที่จะได้รับเมื่อเวลาอาบแดด มันช่วยรักษาเซลล์ให้เสียหายจากรังสีน้อยลงได้ถึง 55-60 เปอร์เซ็นต์พร้อมกันน้ันยังได้ศึกษาคุณสมบัติของสารอื่นเปรียบเทียบดูอีกด้วย เช่น ได้พบว่า วิตามินอี ช่วยป้องกันภัยจากรังสีได้เพียงแค่ 25-32 เปอร์เซ็นต์ 
            
            *** ถ้าใครมีอาการมองเห็นตัวหนังสือไม่ค่อยชัด สายตาสู้แดดไม่ได้ มองเห็นในเวลากลางคืนไม่ดี สายตาแย่มาก ๆ อาจรุนแรงถึงขั้นมองไม่เห็นในอนาคต อย่าลือผักสีเขียวเข้ม เช่น ใบแมงลัก โหระพา กระเฉด ใบยอ ยอดมะยม ยอดมะละกอ ยอดฟักทอง ตำลึง ฯลฯ จะได้ยืดอายุการใช้งานของดวงตาไปนาน ๆ นะคะ

    ขอขอบคุณข้อมูลจาก : หนังสือ เวลาชีิวิต

    ประโยชน์ของน้ำมะพร้าว

    น้ำมะพร้าว ถือเป็นเครื่องดื่มเกลือแร่จากธรรมชาติ เพราะต้นมะพร้าวมีลำต้นสูง
    ต้องผ่านการกลั่นกรองตามชั้นต่างๆ ของลำต้นกว่าจะถึงลูกมะพร้าวที่อยู่ข้างบน น้ำมะพร้าวที่ได้มาจึงบริสุทธิ์มาก และอุดมไปด้วยแร่ธาตุหลายชนิด เช่น โพแทสเซียม เหล็ก โซเดียม แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส ทองแดง กรดอะมิโน กรดอินทรีย์ และวิตามินบี แถมยังมีน้ำตาลกลูโคสที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้ภายใน 5 นาที และยังเป็นประโยชน์ในการขับสารพิษและชำระล้างร่างกายด้วยค่ะ

    - น้ำมะพร้าวช่วยชะลออาการอัลไซเมอร์

    การดื่มน้ำมะพร้าวทุกวันจะช่วยชะลออาการอัลไซเมอร์ได้ จากผลงานวิจัยของ ดร.นิซาอูดะห์ ระเด่นอาหมัด อาจารย์ประจำภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พบว่า ในน้ำมะพร้าวมีฮอร์โมนคล้ายฮอร์โมนเพศหญิงหรือเอสโตรเจนสูง ซึ่งมีผลช่วยชะลอการเกิดโรคอัลไซเมอร์หรือความจำเสื่อมในสตรีวัยทอง นอกจากนี้ การดื่ม น้ำมะพร้าวเป็นประจำทุกวันยังสามารถช่วยสมานแผล ทำให้แผลหายเร็วขึ้นกว่าปกติ และไม่ทิ้งรอยแผลเป็นอีกด้วยค่ะ

    - น้ำมะพร้าวช่วยให้ผิวพรรณสดใส

    น้ำมะพร้าวสามารถช่วยเสริมสร้างความสวยใสของผิวพรรณ ทำให้เปล่งปลั่งและขาวนวลขึ้นจากภายในสู่ภายนอก เพราะในน้ำมะพร้าวมีเอสโตรเจนอยู่ ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวกระชับ ยืดหยุ่น และชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ และในน้ำมะพร้าวยังสามารถกระตุ้นการเจริญเติบโตและแบ่งเซลล์ได้ดี แถมยังมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ขับของเสียหรือสารพิษออกจากร่างกาย (คล้ายๆ กับการทำดีท็อกซ์) จึงช่วยทำให้ผิวพรรณผ่องใส อีกทั้งความเป็นด่างของน้ำมะพร้าวยังช่วยปรับสมดุลของร่างกายในช่วงที่มี ความเป็นกรดสูง ทำให้กลไกการทำงานของระบบภายในเป็นปกติ ส่งผลให้มีสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอกค่ะ..

    - น้ำมะพร้าว สปอร์ตดริ๊งค์ จากธรรมชาติ

    เนื่องจากน้ำมะพร้าวมีปริมาณเกลือแร่ที่จำเป็นสูง รวมทั้งมีคุณสมบัติช่วยบรรเทาความอ่อนเพลียเนื่องจากอาการท้องเสียหรือท้อง ร่วงได้ จึงจัดเป็นสปอร์ตดริ๊งค์ ( Sport Drink) สามารถดื่มหลังการสูญเสียเหงื่อจากการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกาย นอกจากนี้ ในประเทศไต้หวันและประเทศจีน ยังนิยมดื่มน้ำมะพร้าวเพื่อลดอาการเมาหลังการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อีก ด้วยค่ะ

    ***น้ำมะพร้าวเป็นอาหารบริสุทธิ์ และเต็มไปด้วยกลูโคสที่ร่างกายดูดซึมเข้าไปใช้ได้ง่าย นอกจากนั้นมะพร้าวยังเป็นผลไม้ที่มีความเป็นด่างสูง สามารถรักษาโรคที่เกิดจากร่างกายมีความเป็นกรดมากเกินไป หมอพื้นบ้านไทยถือกันว่า มะพร้าวเป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงเส้นเอ็น ใช้รักษาโรคกระดูกได้ ส่วนคนจีนเชื่อว่า น้ำมะพร้าวมีฤทธิ์เป็นกลาง ไม่เป็นทั้งหยินและหยาง มีสรรพคุณในการขับพยาธิ สำหรับคนไข้ที่อาเจียนและท้องร่วงในเวลาเดียวกัน สามารถดื่มน้ำมะพร้าวเพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึมกลูโคสไปใช้ในเวลาอันรวดเร็ว ได้..

    ***น้ำมะพร้าวดื่มได้ทุกวัน ทุกเพศทุกวัย เพราะเป็นเครื่องดื่มจากธรรมชาติ ทำให้ร่างกายสดชื่น ไม่เป็นอันตรายเหมือนน้ำอัดลม น้ำหวาน หรือน้ำที่ผ่านการปรุงแต่ง เพราะไม่ทำให้เกิดพิษหรือทัอกซินขึ้นในร่างกาย แต่สำหรับคนที่เป็นโรคไตและโรคเบาหวานไม่ควรดื่ม เพราะน้ำมะพร้าวมีความหวาน ไม่เหมาะกับโรคดังกล่าวค่ะ

    ***น้ำมะพร้าวเปิดลูกแล้วควรดื่มเลย ไม่ควรทิ้งไว้นาน ถ้าเราตัดหรือหั่นผลไม้ อย่าทิ้งไว้เกินครึ่งชั่วโมง แม้จะเก็บในตู้เย็นก็ตามค่ะ ควรกินให้หมดในครั้งเดียว ผลไม้แต่ละอย่างจะมีพลังชีวิต ถ้ากินผลไม้สุกจากต้นจะได้รับพลังชีวิตสูง หากเก็บทิ้งค้างไว้ พลังชีวิตหรือคุณค่าของผลไม้จะลดต่ำลงเรื่อยๆ ตามระยะเวลาที่เก็บค่ะ..

    .. อย่าลืมดื่มน้ำมะพร้าวเป็นประจำนะคะ เพื่อสุขภาพที่ดีของเราเองค่ะ.. 

    ขอขอบคุณ :http://board.narak.com/fashion_and_beauty/topic.php?No=373595

    วันจันทร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

    ลดรอยฝ้าและกระให้จางลงด้วยหัวไชเท้า

    ใครที่อยากลดรอยฝ้าและกระให้จางลง วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์มีเคล็ดลับเรื่องนี้มาบอก...

        หัวไชเท้าเป็นสมุนไพรที่มีอยู่ในตำรายาจีน โดยแนะนำให้คนวัยทองนำหัวไชเท้าดิบมาหั่นซอยเป็นเส้นฝอยกินวันละประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ หรือมื้อละ 1 ช้อนโต๊ะ วันละ 2 ครั้ง (ถ้ารู้สึกมีกลิ่นฉุนอาจรับประทานร่วมกับน้ำผึ้ง) เชื่อว่าจะทำให้ผิวพรรณสดใสมีน้ำมีนวล ดูเปล่งปลั่งเหมือนคนหนุ่มสาว ยังเชื่อว่าหัวไชเท้าช่วยกำจัดพิษ สามารถช่วยให้ปัสสาวะใส ไม่ขุ่น ช่วยชำระล้างผนังกระเพาะอาหารและลำไส้ ช่วยย่อย และช่วยทำให้หายใจโล่งขึ้น

                  

          ประโยชน์อีกอย่างของหัวไชเท้า คือ สามารถช่วยลดรอยฝ้าและกระให้จางลงได้ โดยนำหัวไชเท้า 1 หัว (ขนาดเล็ก) มาล้างน้ำให้สะอาด ทำการปอกเปลือก แล้วหั่นบาง ๆ นำไปปั่นให้พอละเอียด ใส่น้ำมะนาวประมาณ 1 ช้อนแกง ปั่นรวมกันอีกครั้ง ใช้ทาทั่วผิวหน้า (ยกเว้นรอบดวงตาและปาก) ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำเป็นประจำจะช่วยลดฝ้า และกระให้จางลง
         ถ้าอยากให้ฝ้าและกระจางลง ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติตามกันได้.

    ขอบคุณ http://www.vcharkarn.com/vblog/63417


    ผิวขาวเนียนใส

    อุปกรณ์
     
    โยเกิรต์ 1 ถ้วย
    น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
    น้ำผึ้ง 2 ช้อนชา
    เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ
     
    ขั้นตอน
    1. นำโยเกิร์ต น้ำผึ้งและน้ำมะนาวมาผสมรวมกันคนให้เป็นเนื้อเดียวจนข้น

    2. นำเกลือมาผสมในขั้นตอนสุดท้าย

    3. นำมาสครับผิวกายประมาณ 10 นาที

    4. ทิ้งไว้ประมาณ15 นาที ล้างออกด้วยน้ำสะอาด

    5. ถ้ายังมีกลิ่นโยเกิร์ตอยู่ ควรล้างสบู่อ่อน ๆ ซับผิวให้แห้งและทาโลชั่น


    * ทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ผิวจะขาวเนียนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด


    อ่านต่อ : http://writer.dek-d.com/gift_pupae/story/viewlongc.php?id=221577&chapter=41#ixzz146V527L3

    อ่านต่อ : http://writer.dek-d.com/gift_pupae/story/viewlongc.php?id=221577&chapter=41#ixzz146V1Iw4X

    สวยใสไร้ริ้วรอย


    ใครจะคิดว่าในกล้วยหอมซึ่งเป็นผลไม้ที่หาซื้อได้ง่าย ๆ มีขายอยู่ทั่วไปในท้องตลาดบ้านเรา สามารถนำมาใช้บำรุงผิวหน้าได้ เพราะ ว่าในกล้วยหอมนั้นมีวิตามินที่สามารถนำมาชดเชยน้ำหล่อเลี้ยงผิวตามธรรมชาติ ที่ผิวหน้าต้องสูญเสียไปในแต่ละวัน ในการผสมสูตรบำรุงผิวหน้าต้องมีส่วนผสมต่าง ๆ ดังนี้



  1. กล้วยหอมสุก 1 ผล


  2. และน้ำผึ้งแท้ 2 ช้อนโต๊ะ


    1. โดยนำกล้วยหอมมาบดให้แล้วนำน้ำผึ้งมาผสมคนให้เข้ากัน

    2. แต่ถ้าสาวที่มีผิวหน้ามันก็ให้นำน้ำมะนาวคั้น 1 ผล ผสมเพิ่มเติมให้เข้ากัน

    3. นำส่วนผสมที่ผสมมาทาให้ทั่วทั้งบริเวณใบหน้าและลำคอ แล้วปล่อยไว้ให้แห้งสนิท

    4. จากนั้นจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่นก่อน

    5. จากนั้นจึงใช้น้ำเย็นล้างตาม แล้วเช็ดหน้าให้แห้ง


    คราวนี้คุณก็จะมีสูตรบำรุงผิวหน้าที่ได้มาจากธรรมชาติเอาไว้ใช้บำรุงผิวหน้า รับรองว่าคุณจะรู้สึกมีผิวหน้าที่เนียนนุ่มขึ้นค่ะ



  3. อ่านต่อ : http://writer.dek-d.com/gift_pupae/story/viewlongc.php?id=221577&chapter=68#ixzz146UCMagS

    สูตรขัดตัวก่อนวิวาห์

    ส่วนผสม
    • ถั่วลิสง 1/2 ถ้วย

    • น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ

    • ขมิ้นผง 1 ช้อนชา

    • โลชั่นบำรุงผิว 1 ช้อนโต๊ะ





    วิธีทำ
    1. ปั่นถั่วลิสงให้ละเอียด

    2.ผสมถั่วลิสงที่ปั่นแล้วกับน้ำผึ้ง ขมิ้นผง และโลชั่นบำรุงผิว

    3. นำไปขัดให้ทั่วทั้งตัว ยกเว้นบริเวณใบหน้า จะได้ผิวพรรณที่สวยใส นวลเนียนขึ้น



    อ่านต่อ : http://writer.dek-d.com/gift_pupae/story/viewlongc.php?id=221577&chapter=28#ixzz146RXF2dh

    หน้าขาวใสไร้สิว

    ส่วนผสม
    • แก้วมังกร
    • น้ำผึ้ง
    • โยเกิตร์
    วิธีทำ
    1. นำส่วนผสมทั้งหมดมาปั่นให้ละเอียด

    2. แล้วนำมานวดหน้าพอกทิ้งไว้ 15 นาที

    3. ทำสัปดาห์ละอย่างน้อย 2 ครั้ง


    ตอนนี้ทำอยู่ได้ผลจริงๆรับประกัน

    อ่านต่อ : http://writer.dek-d.com/gift_pupae/story/viewlongc.php?id=221577&chapter=14#ixzz146QF9wqM

    อยากวงแขนขาว ไม่ยาก

    Formula11

    มะขามเปียก เครื่อสำอางสุดฮิพของสาวๆ รุ่นคุณย่าที่ผู้หญิงพ.ศ.นี้ไม่ควรพลาด และไม่ควรมองข้ามวิธีใช้มะขามเปียกที่ปลอดภัยที่สุดคือการเอามาผสมกับน้ำ เพื่อลดความเข้มข้นของกรดเปรี้ยวลงบ้าง จากนั้นก็ทาให้วงแทนทิ้งไว้ 5 นาทีแล้วล้างออก ความเปรี้ยวจะทำให้ผิวรักแร้ขาวขึ้น ส่วนน้ำผึ้งจะถนอมผิว ไม่แห้งเป็นขุย
    มะนาว เป็น เครื่องสำอางที่ประหยัดที่สุด เพราะใช้แค่เสี้ยวเดียวเท่านั้นเอง ที่สำคัญหลังจากทามะนาวทั่วรักแร้ ทิ้งไว้ 2-3 นาทีแล้วล้างน้ำออกเรียบร้อย อย่าลืมชโลมครีมบำรุงผิวด้วยเพื่อไม่ให้ผิวแห้ง

                                                                                    เกลือสปา เกลือสปาจะเป็นเม็ดหยาบกว่าเกลือทำ       อาหารทั่วไป เหมาะจะเอามาใช้ขัดผิวใต้วงแขนเบาๆ เพื่อลอกเอาเซลล์ผิวเก่าที่กระดำกระด่าออกผิวจะได้เนียน
    ขอขอบคุณ http://www.petsang.com/ 

    สูตรลับความงามจากมะนาว

    Formula9

    เรื่องสูตรลับความงามนั้นมีเทคนิคที่แตก ต่างกันออกไปนะคะ วันนี้เราขอเสนอสูตรความงามจากมะนาวในบ้านเราเองนี่ล่ะค่ะ สาวๆ หลายคนอาจจะยังสงสัยว่าแค่มะนาวจะมาช่วยเรื่องความสวยความงามของผู้หญิงเรา ได้อย่างไร มาค่ะเรามาดูพร้อมๆ กันเลย

    • แก้สิว น้ำมะนาว 1 ช้อนชา ผสมไข่ขาว 1 ช้อนชา ตีจนเป็นเนื้อเดียวกัน แต้มที่ตุ่มสิว ทิ้งไว้ 30 นาที ล้างออกด้วยสบู่อ่อนๆ สิวจะหายไปในที่สุดค่ะ

    • หน้าใสปิ๊งด้วย การใช้น้ำมะนาว 1 ช้อนชา ผสมน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน ทาให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้สักครู่ ล้างออกด้วยน้ำสะอาดแล้วซับให้แห้ง ทำอาทิตย์ละครั้ง ผิวหน้าจะดูสดใสอ่อนวัย แบบไม่ต้องพึ่งครีมพอกหน้าราคาแพงๆ เลยล่ะค่ะ

    สครับริมฝีปาก

    คนที่อยากมีริมฝีปากเรียบเนียน ไม่แห้งแตกเป็นขุย มีวิธีปฏิบัติง่ายๆ เพียงขัดริม
    ฝีปากด้วยแปรงสีฟันขนนุ่มหลังแปรงฟันสัปดาห์ ละครั้ง เพื่อขจัดเซลล์เก่าให้หลุดออก และหากมีเวลาให้นำน้ำตาลเม็ดละเอียด 2 ช้อนโต๊ะมาผสมกับน้ำผึ่ง 1 ช้อนโต๊ะ บีบมะนาวลงไปเล็กน้อย แล้วขัดริมฝีปากสักครู่จึงล้างออก
    ขอขอบคุณ นิตยสาร HEALTH CUISNE และ http://www.petsang.com

     

    มาบำรุงมือกันเถอะ

    ปกติแล้วมือของคนเราจะถูกใช้งานกันอยู่ทุกวันอยู่แล้วนะคะ บางคนหนักมากบางคนหนักน้อยขึ้นอยู่กับกิจกรรมที่ทำกันในแต่ละวันด้วยล่ะค่ะ ดังนั้นเราจึงควรหันมาดูแลบำรุงรักษามือสวยๆ ของเราอยู่เสมอนะคะ เพราะอย่างนี้เราจึงสรรหาสูตรในการถนอมมือง่ายๆ มาฝากกันค่ะ

    สูตรนี้เราจะใช้แตงกวาและ แป้งข้าวโพดเป็นตัวชูโรงค่ะ...แตงกวาจะช่วยคืนความสดชื่นให้กับผิวและยัง ช่วยลดริ้วรอยได้ดีอีกด้วย ส่วนแป้งข้าวโพดนั้นจะช่วยกระชับผิวให้เนียนนุ่มน่าสัมผัส เมื่อรู้ข้อดีอย่างนี้กันแล้วก็มาทดลองความเนียนนุ่มให้กับมือสวยๆ กันด้วยสูตรที่ว่านี้กันเลยจ้า...
    • เริ่มจากการนำแตงกวามา ปอกเปลือกแล้วปั่นให้ละเอียด บีบมะนาวลงไปนิดนึงแล้วพักไว้ นำแป้งข้าโพดผสมกับน้ำเปล่าคนให้เข้ากัน แล้วจึงนำมาผสมกับแตงกวาที่ปั่นเตรียมไว้ ถ้าข้นมากไปก็ค่อยๆ เติมน้ำเปล่าลงไปทีละน้อยนำมาพอกมือทิ้งไว้ 15-20 นาที จากนั้นก็ล้างออกให้สะอาดเท่านี้มือของคุณก็จะเนียนนุ่มขึ้นมาทันตาเห็นเลย ล่ะค่ะไม่เชื่อก็ลองไปทำดูนะคะ
    ขอขอบคุณ นิตยสารเรื่องผู้หญิง

    สูตรความงามแบบประหยัด (หัวจรดเท้า)

    เขียนโดย  พริบพราย

              ครีมบำรุงผิวก็หมด ครีมหมักผมก็เหลือแค่ค่อนขวด เลยไปค้นดูข้าวของในบ้านเราว่ามีอะไร บำรุงบำเรอความงามโดยไม่ต้องซื้อหา เรามีสูตรเด็ดมาฝากค่ะ
               ใบหน้า  มะนาวเพื่อความหมดจด 
              น้ำมะนาวนี่ละค่ะ นำมาผสมกับไข่ขาวสามารถทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่างดี

              สำหรับสาวผิวมัน  บีบน้ำมะนาวผสมกับไข่ขาว 1 ฟอง ตีไข่ขาวให้เป็นฟอง และเทลงกระทะพร้อม น้ำมะนาวตั้งไฟอ่อนๆ จนกระทั่งขึ้นฟูหนา ทิ้งไว้ให้เย็น นำมาทาทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ 2-3 นาที และเช็ดออกด้วยสำลีชุบน้ำหมาดๆ

               ใบบัวบก  ชะลอวัย

              ใบบัวบกที่แสนดี จะเป็นผู้ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และอีลาสติน ถ้าอยากจะยืดระยะเวลาความเต่งตึงไว้นานหน่อย ไปตลาดซื้อใบบัวบกสดๆ มาปั่นหรือตำให้ละเอียดแล้วกรองเอาแต่น้ำ ใช้สำลีชุบน้ำพอกหรือทาบนใบหน้า ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออก ทำทุกวันก่อนนอนนะคะ

               ผิวพรรณ  ขัดตัวด้วยน้ำตาล

              เราใช้น้ำตาลทรายเม็ดใหญ่ๆ เป็นสครับขัดผิวได้ค่ะ ด้วยน้ำตาลทราย 1 ถ้วยผสมครีมอาบน้ำในบ้าน ประมาณ 2 ช้อนชา นำมานวดให้ทั่วตัว บริเวณไหนแห้งมากก็นวดให้ละเอียดลออกว่าส่วนอื่นหน่อย เช่น ข้อศอก หัวเข่า ล้างออกด้วยน้ำเย็น ผิวพรรณจะสดใสเปล่งประกาย

              หรือชโลมผิวด้วยน้ำผึ้งผสมมะนาว   ใช้น้ำมะนาว 1 ถ้วย ผสมกับน้ำผึ้ง 2 ถ้วย หรือ ประมาณเอาเองก็ได้ค่ะว่า อัตราส่วน 1 ต่อ 2 ผสมให้เข้ากันล้างเนื้อล้างตัวพอ สะอาด นำน้ำผึ้งผสมมะนาวให้ทั่วเรือนร่าง ทิ้งไว้ 10 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่นกับสบู่ เช็ดตัวด้วยผ้าขนหนูให้แห้ง ทำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ถ้าเป็นสาวผิวแห้งเติมน้ำในส่วนผสมเสียหน่อยค่ะ

               ผมเงางาม  มะพร้าวเพื่อผมเสีย

              สำหรับผมแห้งเสีย เพื่อการบำรุงที่ลึกล้ำ ลองผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา กับน้ำมันมะพร้าว 2 ช้อนชา นวดให้ทั่วศีรษะ ปล่อยทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างออก ก่อนสระด้วยแชมพูอีกครั้ง

               มะกรูด  ขจัดรังแค

              สระผมด้วยแชมพูให้สะอาดหมดจดแล้ว ใช้มะกรูด 1-2 ลูก ใส่น้ำ 3-5 แก้ว ต้มให้เดือด ทิ้งไว้จนอุ่นแล้วขยำหรือบดลูกมะกรูดที่ต้มแล้วให้ละเอียด กรองเอาเนื้อและกากออก นำน้ำมะกรูดมาชโลมผม ทิ้งไว้ 5-10 นาที แล้วจึงล้างออก ทำอาทิตย์ละ 3 ครั้งก็พอค่ะ

               บอระเพ็ด  แก้ผมหงอก 
              นอกจากป้องกันผมหงอกก่อนวัยแล้ว ยังช่วยดูแลผมไม่ให้ร่วง เสีย ใช้บอระเพ็ด สดตำให้แหลก ใส่ในน้ำซาวข้าวกะเอาพอประมาณ ตั้งทิ้งไว้สักครู่ กรองคั้นเอาแต่น้ำ นำมาหมักผมทิ้งไว้ 15 นาที ล้างออก ทำอาทิตย์ละครั้งค่ะ

               ถนอมมือ  มือนุ่มด้วยข้าวโอ๊ต 
              ใช้ข้าวโอ๊ต 2 ช้อนโต๊ะ ผสมกับนม 2 ช้อนโต๊ะ ผสมกันพอเข้ากันได้ดีแล้ว นำมาทาถูมือทั้งสองข้าง ล้างออกแล้วทำซ้ำอีกรอบ จะช่วยให้มือทั้งขาวขึ้น และนุ่มขึ้น สำหรับคนที่กลัวแพ้ ก็ทดลองใช้ทีนะนิดก่อนก็ได้ค่ะ

               พืช สมุนไพร หรือของก้นครัวที่มีอยู่ในบ้าน มีประโยชน์ต่อเรามากมายกว่าที่คิดนะคะ  

              ความสวยไม่จำเป็นต้องมาพร้อมกับเครื่องประทินโฉมราคาแพงเสมอไป  ถ้าเรารู้จักเลือกใช้อย่างฉลาดนะคะขอบคุณ http://women.kapook.com/view2325.html