วันศุกร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

4 สูตรหน้าใสกับทุกสภาพผิว

ผิวหน้าเป็นสิ่งที่สาวๆ หลายคนปราถนาจะให้มีสุขภาพที่ดีแต่เนื่องด้วยแต่ละคนมีสภาพผิวหน้าที่ต่าง กันออกไปวันนี้เราเลยนำทั้ง 4 สูตรหลักๆ มาแนะนำกันค่ะ

1. สูตรเพิ่มความสดชื่นเปล่งปลั่งให้ผิวหน้า
ล้าง หน้าด้วยน้ำอุ่นจนสะอาด แล้วนำแอปเปิ้ลไม่ปลอกเปลือกสัก ครึ่งผล ปั่นให้ละเอียด พอกหน้าเว้นเปลือกตา ทิ้งไว้ประมาณ 25 นาที แล้วล้างออก
2. สูตรลดริ้วรอย ทำให้หน้านวลใส
นำ แอปเปิ้ลครึ่งผลมาปั่น พอละเอียดได้ที่ก็คั้นมะนาวเอาแต่น้ำสัก 1 ช้อนชาใส่ลงไป คนให้เข้ากัน แล้วพอกชโลมให้ทั่ว เว้นบริเวณรอบดวงตาไว้ ทิ้งไว้ 10 นาที ล้างออก
3. สูตรหน้าเด้ง ไม่หยาบกร้าน
เตรียม โยเกิร์ต 3 ช้อนโต๊ะ และมะเขือเทศลูกเล็กๆ สัก 3 ลูก ปั่นโยเกิร์ตกับมะเขือเทศให้ละเอียด แล้วนำพอกหน้าให้ทั่ว โดยเว้นรอบดวงตา ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออก
4. สูตรขัดหน้าขาว และลดริ้วรอยหมองคล้ำ
ผสม โยเกิร์ต 1 ถ้วย กับเกลือป่นละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ ให้เข้ากัน ชโลมให้ทั่วใบหน้า แล้วขัดๆ ถูๆ ให้ทั่ว ขัด 5 นาที ทิ้งไว้อีก 5 นาที แล้วล้างออก ทำเดือนละครั้งกำลังดี


ที่มา : http://women.sanook.com/

รู้จักหั่น แครอท ต้านมะเร็ง


ว่ากันว่า “แครอท” มีสารต้านมะเร็งอยู่ในตัวของมัน แต่ว่าถ้าหากเราไม่รู้จักวิธีที่จะนำมารับประทานให้ถูกต้อง แครอทก็ไม่แตกต่างจากผักอื่นๆ ค่ะ
ล่าสุดมีรายงานข่าวบอกว่า นักวิจัยแนะนำอย่าหั่นแครอทเป็นชิ้นๆ ก่อนปรุงอาหาร เพราะจะสูญเสียประสิทธิภาพของสารต้านมะเร็งที่อยู่ในแครอท
นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล พบว่า หากนำแครอทมาต้มก่อนหั่นเป็นชิ้น แครอทจะมีสาร “ฟอลคารินอล” ซึ่งเป็นสารต้านมะเร็ง มากกว่าหั่นเป็นชิ้นก่อนนำไปต้มถึง 25% สารฟอลคารินอลมีประโยชน์ในการต้านเซลล์มะเร็ง เพราะจากการทดลองกับหนูที่ให้กินสารชนิดนี้พบว่ามีพัฒนาการของเนื้อร้ายลดลง ซึ่งผลการศึกษาจะเสนอต่อที่ประชุมโภชนาการและสุขภาพที่ประเทศฝรั่งเศส
ดร.เคอร์สเทน แบรนด์ท หัวหน้านักวิจัยจากคณะเกษตร อาหารและการพัฒนาท้องถิ่นของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล กล่าวว่า การหั่นแครอทเป็นชิ้นเพิ่มพื้นที่ผิว ซึ่งจะทำให้สารอาหารถูกกรองทิ้งลงไปรวมกับน้ำในขณะประกอบอาหาร แต่ถ้าต้องการให้สารอาหารเหล่านี้ยังคงมีอยู่อย่างเต็มที่ ก็จะต้องหั่นเป็นชิ้นหลังปรุงเสร็จแล้ว
นักวิจัยระบุว่า หนูทดลองที่กินอาหารซึ่งประกอบด้วยแครอท หรือสาร “ฟอลคารินอล” จะมีโอกาสน้อยลงถึง 30% ที่เนื้อร้ายจะพัฒนาเป็นมะเร็งอย่างเต็มที่
นักวิจัยบอกด้วยว่า แครอทเมื่อถูกทำให้ร้อน ความร้อนจะฆ่าเซลล์ ทำให้สูญเสียความสามารถที่จะเก็บน้ำไว้ภายใน แต่สาร “ฟอลคารินอล” จะมีความเข้มข้นขึ้น
อย่างไรก็ตาม ความร้อนทำให้ผนังเซลล์แครอทอ่อนนุ่ม ทำให้สารอาหารที่สามารถละลายได้ในน้ำ เช่น น้ำตาลและวิตามินซีสูญเสียไปทางพื้นผิวของเนื้อเยื่อ เช่นเดียวกับ “ฟอลคารินอล” ก็จะถูกกรองทิ้งออกไปด้วย และถ้าเราหั่นแครอทก่อนนำมาประกอบอาหารก็จะยิ่งเพิ่มพื้นที่หน้าตัดของเนื้อ เยื่อ การสูญเสียสารอาหารก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : http://women.kapook.com/health00203/ และไทยโพสต์

น้ำผึ้งมีประโยชน์มากมาย

น้ำผึ้งบำรุงร่างกายไปจนถึงรักษาโรคต่างๆ มากมาย แต่ใครจะรู้ถึงวิธีการใช้ประโยชน์จากน้ำผึ้งได้อย่างเต็มที่ วันนี้เลดี้ทิปได้นำวิธีการดื่มน้ำผึ้งเพื่อประโยชน์ต่างๆ มาให้อ่านกันค่ะ แล้วลองนำไปใช้ดูนะคะ ได้ผลยังไง มาเล่าให้ฟังกันบ้างนะคะ 

1. บำรุงสุขภาพ น้ำผึ้ง 3 ช้อนโต๊ะผสมน้ำอุ่นดื่มทุกวัน
2. อดนอน น้ำผึ้ง 1-2 ช้อนโต๊ะ หรือผสมน้ำผลไม้
3. ยาอายุวัฒนะ น้ำผึ้ง ½ -1 ช้อนโต๊ะ ดื่มทุกวัน เช้า / ก่อนนอน
4. นอนไม่หลับ น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะดื่มเวลาอาหารเย็นหรือก่อนนอน
5 . ไอ หลอดลมอักเสบมีเสมหะ กระเทียม 1-2 กลีบ (ตำให้ละเอียด) น้ำมะนาว ½ เกลือเล็กน้อย พิมเสนหรือการบูร 2-3 เกล็ด น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ
6. ท้องอืด ท้องเฟ้อ น้ำผึ้ง ½ ช้อนโต๊ะน้ำขิงเข้มข้น ½ ถ้วย เกลือเล็กน้อยดื่มวันล่ะ 3 เวลาหลังอาหาร
7. ท้องผูก น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะดื่มก่อนนอน
8. เด็กปัสสาวะรดที่นอน น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา (ไม่ผสมน้ำ) ดื่มก่อนนอน
9. ท้องเสียรุนแรง น้ำผึ้ง 1-2 ช้อนโต๊ะ เกลือ ½ ช้อนชา ผสมน้ำอุ่น 1 แก้ว
10. เด็กหวะนม น้ำผึ้ง ½ -1 ช้อนโต๊ะ ผสมนมให้เด็กดื่ม
11. กล้ามเนื้อเป็นตะคริว น้ำผึ้ง 2 ช้อนชา ดื่มทุกเมื่ออาหาร
12. ล้างแผล แผล ฝี หนอง แผลเรื่อรัง น้ำผึ้ง 1 ส่วน ผสมน้ำ 9 ส่วนชะล้างแผล หัวหอมแดง 2 หัวตำให้ละเอียด+น้ำผึ้งพอกฝี น้ำสุกที่เย็นแล้วล้าง ให้สะอาด ใช้สำลีหรือผ้าพันแผลชุบน้ำผึ้งปิดบริเวณแผล
13. แผลไฟไหมน้ำร้อนลวก ถูกท่อไอเสีย ใช้ผ้าพันแผลชุบน้ำผึ้งปิดแผล ไว้แล้วเปลี่ยนผ้าพันแผลทุก 12 ชั่วโมง
14. โรคกระเพาะ ดื่มน้ำผึ้ง 2-3 ช้อนโต๊ะขณะปวด และ 3 ช้อนโต๊ะ ก่อนนอน
15. ผู้ป่วยด้วยโรคพิษสุรา(ตับแข็ง/โรคตับ) น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะผสมน้ำ ½ ถ้วยแก้ว ดื่มวันละ 3 ครั้งเป็น ประจำ คอเหล้าดื่มน้ำผึ้ง 1-2 ช้อนโต๊ะก่อนนอน
16. ผู้ป่วยริดสีดวงทวาร น้ำผึ้งผสมกระเทียมโทน บริโภควันละ 3 ครั้งหลังอาหาร
17. เด็กโตช้า และโลหิตจาง น้ำผึ้งผสมนมดื่มเป็น ประจำ
18. เสียน้ำหรือเสียเลือด( 10-20 % ) น้ำ 1 ถ้วยแก้วผสมเกลือ ¼ ช้อนชา น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ
19. โรคเด็ก (ทางเดินอาหารผิดปกติ) น้ำผึ้ง 1 ช้อนชาต่อน้ำ 1 ถ้วย 

ที่มา : http://www.ladytip.com/main/content/view/3251/77

แนะวิธีเลือกใช้ครีมกันแดด


อากาศบ้านเราตอนนี้ ไม่ว่าเป็นฤดูไหนก็ร้อนจะแย่ โดยเฉพาะตอนกลางวันนะคะ แดดแรงจริง ๆ บางครั้งร้อนจนรู้สึกแสบผิวหนังไปหมดร้อนอย่างเดียวไม่ว่า ดันพาเจ้ารังสีอัลตร้าไวโอเลต มาด้วย นะซิ ตัวสำคัญเลยค่ะ มันสามารถทำลายเซลส์ผิวหนังทำให้เราเป็นมะเร็งผิวหนังได้นะคะ ตอนนี้คนเลยกลัวกันใหญ่ ครีมกันแดดเลยขายดิบขายดี

    พูดถึงครีมกันแดด เราจะเห็น ค่า SPF แตกต่างกันมากมายจนเลือกซื้อไม่ถูก มีตั้งแต่ 10 -100 แน่ะค่ะ ค่า SPF มากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับ ครีมกันแดดนั้น สามารถป้องกันอาการไหม้ดำ จากแสงแดดได้ดีแค่ไหน สารเคมีในครีมกันแดด ประกอบไปด้วย ไทเทเนียมไดออกไซด์ และซิงค์ออกไซด์ ซึ่งสารเคมีเหล่า เป็นสารทึบแสง ทำให้แสงแดดไม่กระทบถึงผิวหน้า วิธีการเลือกใช้ครีมกันแดด ว่าจะเอาค่า SPF เท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับ กิจกรรมที่เราจะทำ ว่าต้องตากแดด มากน้อยขนาดไหนค่ะเช่น

- สาวทำงานออฟฟิค จะโดนแดดเฉพาะตอนกลางวัน ควรใช้ครีมกันแดดค่า SPF 15 ก็พอ
- ผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้ง หรือต้องออกแดดบ่อย ๆ ควรใช้ครีมกันแดดค่า SPF 30 ขึ้นไป
- เวลาว่ายน้ำ หรือไปชายทะเล ควรใช้ครีมกันแดดค่า SPF 30 ขึ้นไป และทาซ้ำทุก 1 ชั่วโมง ที่สำคัญ ควรทาครีมก่อนลงน้ำ ครึ่งชั่วโมง จึงจะได้ผลนะคะ

- นักกอล์ฟ และนักกีฬา ที่ต้องเล่นกลางแจ้ง ควรใช้ครีมกันแดดค่า SPF 30 ขึ้นไปนะคะ แป๋มได้ยินมานะคะว่า ตอนนี้บรรดานักกอล์ฟทั้งหลาย แห่กันไปซื้อ ครีมกันแดดของ HANAKO เห็นเค้าว่า มีค่า SPF 100 แน่ะค่ะ รับรองยังไงก็ไม่ดำ ไม่รู้ราคาคุย หรือเปล่า

ข้อแนะนำ
- คนผิวขาวมาก ควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงกว่าปกติ เพราะผิวขาว จะมีความไวแสง มากกว่าผิวสีอื่น
- การทาครีมกันแดด ควรทาบาง ๆ และเกลี่ยให้ทั่ว ๆ ไม่ควรทาย้อยขึ้นย้อนลง เพราะจะทำให้ครีม หลุดลอกได้ง่าย และควรทาซ้ำอีก ตอนช่วงเที่ยง หรือเหงื่อออกมาก
- ภายหลังจากออกแดดแล้ว ควรอาบน้ำ ล้างหน้าให้สะอาด และทามอยส์เจอร์ และครีมบำรุง ทันที

  ข้อแนะนำในการเลือกใช้ครีมกันแดด

ดูจากค่า SPF และปริมาณการดูดซับรังสี ยูวีบี พบว่า

ค่า SPF เท่ากับ 2 จะดูดซับ UVB ได้ 50%
ค่า SPF เท่ากับ 4 จะดูดซับ UVB ได้ 75%
ค่า SPF เท่ากับ 8 จะดูดซับ UVB ได้ 87.5%
ค่า SPF เท่ากับ 15 จะดูดซับ UVB ได้ 93.3%
ค่า SPF เท่ากับ 20 จะดูดซับ UVB ได้ 95%
ค่า SPF เท่ากับ 30 จะดูดซับ UVB ได้ 96.7%
ค่า SPF เท่ากับ 45 จะดูดซับ UVB ได้ 97.8%
ค่า SPF เท่ากับ 50 จะดูดซับ UVB ได้ 98%

และ อย่าลืมว่า การทายากันแดดนั้น จะไม่ได้ผล 100% ดังนั้นถึง ทายากันแดดแล้ว ก็ยังต้องพยายามหลบเลี่ยงการโดนแดดจัดเป็นเวลานานๆ การว่ายน้ำ ควรว่ายในเวลาเช้าตรู่ หรือตอนเย็น หากมีอาการผิวไหม้แดด ให้รับประทานยาลดไข้ แก้ปวด ที่ชื่อ แอสไพริน และทาครีมแก้ผิวไหม้แดด เช่น เจลว่านหางจระเข้

ขอขอบคุณ : http://women.thaiza.com/detail_4300.html

ดูแลผม ให้ยาวเร็วขึ้น


ขั้นตอน
  1. สระผมและนวดผมให้เรียบร้อย ใช้ผ้าขนหนูค่อยๆซับผม อย่าขยี้ผมเด็ดขาด โดยเฉลี่ยแล้วผมคนเราจะยาวประมาณครึ่งนิ้วต่อเดือน
  2. ดังนั้นถ้าคุณอยากให้ผมยาวเร็วขึ้น แสกผมไว้ซัก 5- 6 แถว บีบวิตามิน อี แบบแคปซูลสำหรับทาหน้าตามรอยแสก นวดบำรุงให้ทั่วหนังศรีษะ ผมจะยาวเร็วขึ้น
  3. อย่าลืมที่จะทำทรีทเม้นท์สัปดาห์ละครั้ง เพราะมันจะทำให้คุณมีสุขภาพผมที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน  
  4. ดื่มนมรสจืดทุกวัน จะทำให้ผมยาวเร็ว (ขอบอกจ้าได้ผล)
ตัวอย่างการทำทรีทเม้นท์หมักผมแบบธรรมชาติ
  1. บดกล้วยหอมผสมกับน้ำผึ้ง พอกให้ทั่วทั้งศรีษะ ทิ้งไว้ 20 นาที แล้วสระล้างออก
  2. อีกสูตรหนึ่งคือ คั้นดอกอันชัญสดกับน้ำสะอาด จนได้น้ำอันชัญสีน้ำเงินอมม่วง หมักผมทิ้งไว้ 20 นาทีอีกเช่นกัน แล้วล้างออก สูตรนี้จะทำให้ผมคุณดูดกดำเงางาม
  3. แถมอีกนิดนะคะ ถ้าคุณมีผมแห้ง ต้องการให้ผมดูเงางาม ใช้แฮร์โค้ต 2-3 หยดชโลมและนวดให้ทั่วศรีษะ แต่ถ้าคุณมีผมมัน ไม่แนะนำค่ะ เพราะแฮร์โค้ตจะทำให้ผมคุณดูมันเยิ้มยิ่งขึ้น แถมยังเป็นแม่เหล็กดูดฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกชั้นดีเชียวล่ะ
ขอขอบคุณ :http://sakid.com/2006/11/13/4842/

    วันพฤหัสบดีที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

    ผิวกายเรียบเนียนด้วยกาแฟบด

     Tip ดี ดี

    กาแฟบด เป็นครีมขจัดเซลลูไลต์ชั้นเยี่ยม ที่มีคาเฟอีนอยู่ด้วย ซึ่งช่วยกระตุ้นการขจัดเซลล์ไขมันและยังขัดผิวให้เรียบเนียน แต่อาจจะดูยุ่งยากกว่าการใช้ครีมกระปุกอยู่บ้าง จึงควรทำในห้องน้ำ และก่อนที่จะลงมือขัดผิวด้วยกาแฟอย่าลืมปูพื้นห้องน้ำด้วยกระดา ษหนังสือพิมพ์ เพื่อป้องกันท่อน้ำตันค่ะสูตรนี้ใช้กับผิวกายนะคะ ห้ามใช้กับผิวหน้าค่ะและในระหว่างที่ขัดผิว หากมีนวดไปด้วย จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้ผิวพรรณสดใสขึ้นได้ค่ะ

    ผักใบเขียวเข้มป้องกันลูกนัยน์ตาได้วิเศษสุด



          ชาวอเมริกาเป็นต้นกระจกมากถึงเกือบ 20 ล้านคน และมีผุ้ป่วยเพิ่มปีละ 500,000 ราย ทำให้มหาวิทยาลัยโอไฮโอ สเตท ร้อนใจ รีบศึกษาหาวิธีป้องกัน แล้วก็พบว่า สารลูทีนอันเป็นวัตถุสีในธรรมชาติและซีกซาซันทีัน ซึ่งต่างก็เป็นสารที่เป็นตัวล้างพิษ มีอยู่อย่างอุดมตามผักที่มีใบเขียวเข้ม ช่วยถนอมรักษาดวงตาให้รอดพ้นจากอันตรายของรังสีไวโอเลตได้วิเศษกว่าอย่างอื่นทั้งหมด
            นักวิจัยได้ศึกษาด้วยการทดลองตรวจวัดคุณสมบัติของสารท้ังคู่ในการป้องกันรักษาเซลล์ลูกตาจากรังสีอัลตราไวโอเลต ที่จะได้รับเมื่อเวลาอาบแดด มันช่วยรักษาเซลล์ให้เสียหายจากรังสีน้อยลงได้ถึง 55-60 เปอร์เซ็นต์พร้อมกันน้ันยังได้ศึกษาคุณสมบัติของสารอื่นเปรียบเทียบดูอีกด้วย เช่น ได้พบว่า วิตามินอี ช่วยป้องกันภัยจากรังสีได้เพียงแค่ 25-32 เปอร์เซ็นต์ 
            
            *** ถ้าใครมีอาการมองเห็นตัวหนังสือไม่ค่อยชัด สายตาสู้แดดไม่ได้ มองเห็นในเวลากลางคืนไม่ดี สายตาแย่มาก ๆ อาจรุนแรงถึงขั้นมองไม่เห็นในอนาคต อย่าลือผักสีเขียวเข้ม เช่น ใบแมงลัก โหระพา กระเฉด ใบยอ ยอดมะยม ยอดมะละกอ ยอดฟักทอง ตำลึง ฯลฯ จะได้ยืดอายุการใช้งานของดวงตาไปนาน ๆ นะคะ

    ขอขอบคุณข้อมูลจาก : หนังสือ เวลาชีิวิต